การเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) อย่างยั่งยืน

Spread the love

ปัจจัยแวดล้อมที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปัจจุบัน คือเทคโนโลยี โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
วันนี้เราเห็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างคนกับคน คนกับสิ่งของ หรือสิ่งของกับสิ่งของ มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ศักยภาพของดิจิทัลได้ปลดล็อกข้อจำกัดในการทำธุรกิจที่มีอยู่เดิม และเปลี่ยนโฉมตลาดแรงงาน ทักษะแรงงานที่นายจ้างต้องการ รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลไปโดยสิ้นเชิง

Ads-Thailand-Digiital-Maketing-Agency
ภายใต้ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล รูปแบบการทำธุรกิจต้องเผชิญกับการกดดันจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและทำลายธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทันจนต้องล่มสลาย ถ้าดูอายุเฉลี่ยของบริษัทชั้นนำใน S&P 500 ช่วงปี ค.ศ. 1960 คือ 60 ปี และลดลงเป็น 35 ปี ในปีค.ศ. 1980 คาดว่าอายุเฉลี่ยของบริษัทใน S&P 500 จะเหลือเพียง 20 ปี เมื่อถึงปีค.ศ. 2020 ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของบริษัทเทคโนโลยีภายใต้เศรษฐกิจดิจิทัลที่โตเร็ว และถ้าตามพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ทันก็จะล่มสลายเร็ว เนื่องจากสินทรัพย์ส่วนใหญ่จับต้องไม่ได้ หรือไม่มีอยู่ในมือ
แม้ว่าการบริหารงานในโลกธุรกิจจะมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แต่ความท้าทายที่ผ่านมาอาจเทียบไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในยุคดิจิทัล สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วบังคับให้องค์กรต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดและแข่งขันได้ ถ้าองค์กรจะปรับตัวให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน
ลำพังแค่ปรับเปลี่ยน (Change) การทำงานดูจะไม่เพียงพอ ต้องถึงขั้นแปลงรูป (Transform) แผนกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจใหม่ทั้งหมด เพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน การเตรียมความพร้อมและเข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง จึงยังคงเป็นอาวุธสำคัญที่จะนำพาให้องค์กรยืนหยัดอย่างมั่นคงและยั่งยืนท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงในทุกรูปแบบได้
สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย หรือ PMAT ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางจัดสัมมนา นำผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ มาแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อจุดประกายให้เกิดแนวคิดในการเปลี่ยนผ่านองค์กร และพัฒนาสมรรถนะของบุคลากร เพื่อให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง นำพาองค์กรให้สามารถ อยู่รอด อยู่ต่อไป และอยู่ต่อเนื่อง ภายใต้ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ซึ่งในปีนี้ทาง PMAT ได้จัดงาน Thailand HR Forum 2017 ในหัวข้อ ‘People and Organizational Transformation in the Digital Economy‘ ระหว่างวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว
ในวันแรกได้หยิบประเด็นความท้าทายเพื่อสะท้อนภาพที่ทุกคนกำลังเผชิญในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญกับธุรกิจ ผู้บริหาร และคนทำงานในทุกระดับ ในวันที่สองของการสัมมนา เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานในยุคดิจิทัล โดยพูดคุยถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดแรงงานทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่องค์กรต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ทั้งในแง่การวางกลยุทธ์ในการบริหารงานทรัพยากรบุคคล และการพัฒนาทักษะของบุคลากรที่มีอยู่ รวมทั้งความท้าทายจากการเกิดขึ้นของแรงงานคนรุ่นใหม่ ที่มีทักษะ สามารถใช้และเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว ไม่เคยเข้า Office เป็นพวก Digital Nomad ทำงานที่ไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้

ประเด็นน่าสนใจที่ได้จากงานสัมมนา People and Organizational Transformation in the Digital Economy

  • ในยุค Digital ทุกคนสามารถทำงานในเวลาใดก็ได้ จากสถานที่ใดก็ได้ ผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สาย การทำงานมีรูปแบบของทีมเสมือน (Virtual Team) มากขึ้น สถานที่ทำงานมีขนาดเล็กลงและออกแบบให้คนที่มีความแตกต่างกัน สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว สร้างความรู้สึกถึงความมีอิสระที่จะแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และกระตุ้นให้แสดงศักยภาพที่โดดเด่นออกมา
  • การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเกิดขึ้นเร็วมากจนบุคลากรส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ Digital Natives ปรับตัวตามไม่ทัน องค์กรต่างๆ ล้วนเผชิญหน้ากับการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัล พนักงานส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยที่จะสื่อสารกับคนจำนวนมากผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ในขณะที่การบริหารจัดการในยุคดิจิทัล ต้องคำนึงถึงบุคลากร เนื่องจากเป็นสินทรัพย์สำคัญในการทำให้องค์กรก้าวเดินไปข้างหน้า การจ้างงานพนักงานใหม่สำหรับการทำงานในยุค 4.0 ต้องเน้นทักษะด้านดิจิทัล ในทางกลับกันองค์กรยังต้องให้ความสำคัญกับบุคลากรเดิม เพราะคนเหล่านี้มีประสบการณ์ยาวนาน สามารถมีบทบาทร่วมขับเคลื่อนองค์กรต่อไปได้ แต่ต้องพัฒนาให้เข้าใจบริบทการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ
  • ทักษะที่ผู้นำในยุคดิจิทัลต้องมีเพิ่มเติมในการบริหารจัดการ คือ สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาสร้างความโดดเด่นแบบแตกต่าง ให้ประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายกับลูกค้า และมีวิสัยทัศน์ในการใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ
  • ในอนาคต HR จะไม่ได้ทำหน้าที่แค่สนับสนุนการจัดการทรัพยากร (คน) ให้มีประสิทธิภาพ แต่จะต้องทำหน้าที่บริหารการใช้สติปัญญาของบุคลากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร โดยการพัฒนาให้มี Discovery Skill จะสำคัญกว่าการใช้ Delivery Skill ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่าง ทำให้ทั้งบุคลากรและองค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น

ดร.ณัฐวุฒิ พงศ์สิริ
นายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย


Spread the love